การเปลี่ยนผ่านจาก Exchange 2016 ไป 2019 และ SE

Published on August 9, 2026
การเปลี่ยนผ่านจาก Exchange 2016 ไป 2019 และ SE

ความจำเป็นในการย้ายจาก Exchange 2016 ไปยัง Exchange 2019 หรือ Exchange SE

สำหรับหลายๆ องค์กรแล้ว ยังมีการใช้งาน MS Exchange 2016 หรือ 2019 แบบภายในองค์กรหรือ On-Premise อยู่ในปัจจุบัน อาจจะด้วยเหตุผลด้านความเป็นส่วนตัว และ ต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านการบริการเมล์ และสาเหตุที่อาจจะยังไม่ได้อัพเกรดไปยัง SE ซึ่งเป็น version ล่าสุด อาจจะด้วยหลายสาเหตุ เช่น ขาดแคลนเจ้าหน้าที่ด้าน IT หรือเหตุผลอื่นๆ แต่การใช้งาน ระบบ Email ดังกล่าวที่เก่านั้นย่อมจะมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเป็นอย่างมาก การพบช่องโหว่ในช่วงที่ผ่านมา แสดงว่าภัยในระบบอีเมล์นั้นเพิ่มมากขึ้น เช่นการเข้ามารัน script หรือแอบส่งเมล์ไปยังบุคคลภายนอกโดยการปลอมเป็นพนักงาน

เรื่องดังกล่าวทั้งหมด เป็นผลเสียโดยตรง ทางการเงิน และ ชื่อเสียง วันนี้เราจึงมาท่านมาดูการเปลี่ยนแปลง หรือความจำเป็นในการย้ายจาก MS Exchange 2016 ไปยัง Exchange 2019 และ Exchange SE

การย้ายออกจาก Exchange 2016 ไปยังเวอร์ชันที่ใหม่กว่า (Exchange 2019 หรือ Exchange Server SE) ถือเป็นสิ่งจำเป็นทางโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีด้วยเหตุผลหลักๆ ดังนี้ครับ

  1. การสิ้นสุดการสนับสนุน (End of Life): Exchange 2016 ได้สิ้นสุดการสนับสนุนหลัก (Mainstream Support) และเข้าสู่ช่วงท้ายของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ซึ่งหมายความว่าจะไม่มีการออกแพตช์ความปลอดภัย อัปเดต Time Zone หรือการแก้ไขข้อผิดพลาดใหม่อีกต่อไป การใช้งานต่อจะเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างมาก
  2. ประสิทธิภาพและการใช้ทรัพยากรที่ดีขึ้น (Performance & Architecture): Exchange 2019 ถูกออกแบบมาให้ใช้ประโยชน์จากฮาร์ดแวร์สมัยใหม่ได้ดีขึ้น เช่น รองรับหน่วยความจำ (RAM) สูงสุดถึง 256 GB และใช้ประโยชน์จากหน่วยประมวลผล (CPU) หลายคอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเปลี่ยนมาใช้สถาปัตยกรรม MetaCacheDatabase (MCDB) ที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการค้นหาและการทำงานของฐานข้อมูล
  3. ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ: เวอร์ชันใหม่ๆ รองรับมาตรฐานการเข้ารหัสที่ทันสมัย โปรโตคอลความปลอดภัยล่าสุด และการบูรณาการเข้ากับบริการคลาวด์ได้ดีขึ้น (ในกรณีที่ทำ Hybrid) เช่นการบังคับให้ใช้ TLS v1.2 เป็นอย่างน้อยในการสื่อสาร ในขณะที่ Exchange 2016 version หรือ patch เก่าๆ นั้นจะไม่ได้บังคับ และ ใช้ encryption protocol รุ่นเก่าที่มีความเสี่ยงต่อการถูกโจมตี
  4. การเปลี่ยนผ่านสู่โมเดล Subscription (สำหรับ Exchange SE): Exchange Server SE (Subscription Edition) เป็นก้าวสำคัญที่เปลี่ยนรูปแบบการใช้งานเป็นการสมัครสมาชิก (Subscription) และใช้โมเดลแบบ Modern Lifecycle ทำให้องค์การไม่ต้องกังวลกับการยเปลี่ยนเวอร์ชันข้าม Major Release ใหญ่ๆ แบบในอดีตอีกต่อไป แต่จะได้รับอัปเดตต่อเนื่องภายใต้สัญญาซอฟต์แวร์ที่ยัง active อยู่

 

การอัพเกรดไปยัง Exchange SE นั้นสามารถทำได้ดังนี้

แตกต่างจากการอัปเกรดเวอร์ชันใหญ่ในอดีตที่บังคับให้ต้องทำการย้ายระบบแบบคู่ขนาน (Side-by-side migration) หรือจะต้องติดตั้ง สองระบบไปก่อนแล้วถ่ายข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์ใหม่ แต่ Exchange 2019 อนุญาตให้ทำการอัปเกรดแบบในสถานที่ (In-place upgrade) ไปยัง Exchange SE ได้โดยตรง ซึ่งช่วยให้การเปลี่ยนผ่านรวดเร็วยิ่งขึ้น

ข้อกำหนดสำคัญสำหรับการอัปเกรด

  • แพตช์สะสมเบื้องต้น (Prerequisite Cumulative Update): เซิร์ฟเวอร์ Exchange 2019 ของคุณจะต้องได้รับการอัปเดตเป็น CU14 หรือ CU15 ก่อน จึงจะสามารถรันการติดตั้ง Exchange SE ได้ หากคุณใช้ CU ที่เก่ากว่านั้น (เช่น CU12) คุณจะต้องอัปเดตขึ้นมาเป็น CU15เสียก่อน และแน่นอนว่ามันจะหมายถึง ผู้ที่ใช้ Exchange 2016 จะต้องอัพเกรดขึ้นมาเป็น 2019 ก่อน
  • กระบวนการแบบ In-Place: เมื่ออยู่ในระดับ CU ที่ถูกต้องแล้ว การรันตัวติดตั้ง Exchange SE บนเซิร์ฟเวอร์เดิมจะทำการอัปเกรดให้ทันที ซึ่งทำงานเสมือนกับการติดตั้ง Cumulative Update ทั่วไป
  • ทางเลือกอื่น (การย้ายระบบแบบเดิม): หากคุณต้องการย้ายไปยังฮาร์ดแวร์ใหม่หรือระบบปฏิบัติการ Windows Server เวอร์ชันใหม่กว่า แทนที่จะทำ In-place upgrade คุณก็สามารถติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ Exchange SE ควบคู่ไปกับ Exchange 2019 และย้ายกล่องจดหมาย (Mailboxes) ข้ามมาได้โดยใช้ Standard Move Requests ตามปกติ

บริการของทางบจก. อเวสต้า : เราให้บริการอัพเกรด Exchange 2016 ไปยัง 2019 และต่อไปยัง Exchange SE ครบวงจร เพื่อให้ท่านใช้ On-Premise Mail System ที่ปลอดภัย

สนใจบริการติดต่อเราได้ผ่าน Line OA: @avesta.co.th หรืออีเมล์ [email protected]

 

การเปลี่ยนผ่านจาก Exchange 2016 ไป 2019 และ SE

ความจำเป็นในการย้ายจาก Exchange 2016 ไปยัง Exchange 2019 หรือ Exchange SE สำหรับหลายๆ...

Read more »

แนะนำ Smart Gateway AWT100 และ AWT200 จาก Acrel

ความแพร่หลายในการนำอุปกรณ์ประเภท IoT มาใช้งานนั้น ถูกนำมาใช้งานในหลากหลายด้าน เพราะมันมีความยืดหยุ่น และ อนุญาตให้เราได้ทำการตรวจสอบ มอนิเตอร์ และ ควบคุมอุปกรณ์หลากหลายประเภท...

Read more »

ความจำเป็นในการใช้ Persistent Storage ใน OpenShift

สตอเรจแบบถาวรนั้นได้เป็นความท้าทายมาตลอดสำหรับแอปพลิเคชั้นแบบมีการจำสถานะก่อนหน้า (stateful) ที่รันอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบคอนเทนเนอร์ เช่น OpenShift ซึ่งต้องบอกว่าการรันแอปในคอนเทนเนอร์นั้นเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะความยืดหยุ่นและการขยายของมัน แต่ด้วยความที่มันเป็นสถานะแบบชั่วคราว (ephemeral) ทำให้ความสูญเสียข้อมูลเมื่อตัวมันเองถูกรีสตาร์ทนั้นเกิดขึ้นได้ง่ายมากกรณีที่ไม่ถูกจัดการเป็นอย่างดี...

Read more »

อะไรคือ EVPN

การทำ virtualization ในระดับเครือข่าย มันจะต้องเจอกับข้อจำกัด หรือ อาจจะเรียกว่าความเข้มงวดในหลายๆ ส่วนที่เกี่ยวข้อง ยกตัวอย่างเช่น Virtual Private...

Read more »

อะไรคือ VXLAN

อะไรคือ VXLAN VXLAN นั้นย่อมาจาก Virtual Extensible Local-Area Networks คือหนึ่งในมาตรฐานที่ถูกกำหนดไว้โดย Internet...

Read more »

ทำไม Tailscale จึงเป็นตัวเลือกที่เหนือกว่า VPN แบบเดิมๆ

สำหรับ Virtual Private Network หรือ VPN นั้นแน่นอนว่า ภาคธุรกิจนั้นคุ้นเคยและมีการใช้งานกันมาอย่างยาวนานแล้ว เพราะมันสามารถสร้างรูปแบบการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย สำหรับการเข้าถึงเครือข่ายภายใน...

Read more »