Benefits of having your own WordPress ecommerce site

Published on June 13, 2025
Benefits of having your own WordPress ecommerce site

WordPress คืออะไร
WordPress เป็นระบบจัดการเนื้อหา (Content Management System: CMS) แบบโอเพนซอร์ส ที่มีการใช้งานมานานกว่า 20 ปี และ ถือว่าเป็น CMS ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เขียนด้วยภาษา PHP ใช้ฐานข้อมูล MySQL/MariaDB สามารถติดตั้งบนเว็บโฮสต์ใดๆ ก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น Linux, macOS หรือ Windows จุดเด่นคือ

ใช้งานง่าย: มีอินเตอร์เฟซหลังบ้านที่ไม่ซับซ้อน
ปรับแต่งได้สูง: ธีมพลักอิน (Themes & Plugins) ให้เลือกใช้นับหมื่น
ชุมชนใหญ่: มีคู่มือ บทความ และปลั๊กอิน/ธีมฟรี–เสียเงินน้อยมาก หรือไม่เสียเลย

WooCommerce คืออะไร
WooCommerce เป็นปลั๊กอินฟรีของ WordPress ที่เปลี่ยนเว็บไซต์ให้กลายเป็นร้านค้าออนไลน์ครบวงจร และมีการใช้งานมากที่สุดในไทย เนื่องจาก

ติดตั้งง่าย เพียงคลิกเดียวจากหน้า Dashboard
รองรับสินค้าได้ทุกประเภท (สินค้าจริง, ดิจิทัล, สมัครสมาชิกรายเดือน ฯลฯ)
มีระบบตะกร้า สั่งซื้อ ชำระเงิน คูปอง ส่วนลด และรายงานยอดขายในตัว
ขยายฟีเจอร์เพิ่มเติมได้ด้วยปลั๊กอินเสริม (เช่น PaymentGateway, ระบบขนส่ง ฯลฯ)

 

การเปรียบเทียบ WordPress + WooCommerce แพลตฟอร์มสำเร็จรูป
ความเป็นเจ้าของข้อมูล คุณเป็นเจ้าของเว็บไซต์ ข้อมูลลูกค้า สต็อก ฯลฯ แพลตฟอร์มเป็นเจ้าของ และอาจปิดร้านได้ตามนโยบาย
การปรับแต่งและออกแบบ ยืดหยุ่นสูง ปรับดีไซน์ ฟังก์ชันได้ตามต้องการ จำกัดเทมเพลตและฟีเจอร์ที่แพลตฟอร์มกำหนด
ค่าธรรมเนียม ไม่มีค่านายหน้า (จ่ายค่าธีม/โฮสต์ครั้งเดียว/หรือรายปี) เรียกเก็บค่าคอมมิชชั่น ค่าบริการรายเดือน หรือค่า promotion ร่วม
การทำแบรนด์ (Branding) ใส่โลโก้ สีสไตล์ โทนเสียงแบรนด์ได้เต็มที่ และมีอิสระ นอกจากนั้น ยังทำได้เอง ดีไซน์หน้าโชว์และนโยบายรีวิวถูกควบคุมโดยแพลตฟอร์ม
SEO และการตลาดออนไลน์ จัดการ SEO ได้เต็มที่ (URL, Meta, Speed) SEO บนแพลตฟอร์มถูกกำหนด
ขยายระบบในอนาคต ต่อยอดด้วยปลั๊กอิน ระบบสมาชิก ระบบบล็อก ฯลฯ ขยายฟีเจอร์ต้องรอแพลตฟอร์ม ปรับแต่งไม่ได้มาก
ความเป็นอิสระ ไม่ต้องกังวลแพลตฟอร์มออกกติกาใหม่หรือแบนร้าน แพลตฟอร์มอาจเปลี่ยนนโยบาย ส่งผลกระทบต่อร้านคุณ
การชำระเงิน เลือกรูปแบบได้หลากหลาย แพลตฟอร์มกำหนด

Painpoint ของการใช้ ecommerce platform

1. มีค่าธรรมเนียมและค่าคอมมิชชั่นสูงมาก นอกจากนั้นยังจะต้องจ่ายค่าโปรโมร่วม และ ค่าบริการอื่นๆ
2. ระบบหลังบ้านมีข้อจำกัด
3. การสื่อสารกับลูกค้าถูกควบคุม
4. ทุกอย่างแพลตฟอร์มเป็นคนกำหนด
5. ขาดอิสระเรื่องข้อมูล และ การเข้าถึงข้อมูล

การใช้ WordPress + Woocommerce จึงเข้ามาช่วยเติมเต็ม หรือ เป็นส่วนเสริม ได้ เพราะจะทำให้ท่านมีค่าใช้จ่ายน้อยลง และ ให้ส่วนลดกับลูกค้าได้มากขึ้น ไม่ว่าท่านจะเลือกให้ ecommerce ของท่าน เป็นส่วนเสริม หรือ ส่วนหลักก็แล้วแต่ ท่านควรจะมีอย่างยิ่ง

ติดต่อเราวันนี้ เพื่อให้ท่าน มีอิสระ และ คชจ. ที่น้อยลงในการดำเนินการทางธุรกิจ https://getwordpress.avesta.co.th

Tailscale Subnet Routers

Tailscale คือระบบสร้างเครือข่ายส่วนตัว (Private Network) แบบ VPN ที่ทำให้คอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ โทรศัพท์ หรืออุปกรณ์ต่าง...

Read more »

MinIO vs Garage S3 vs Ceph RGW

เปรียบเทียบระบบ S3 Storage แบบ On-Premise: MinIO vs Garage S3 vs...

Read more »

Proxmox VE Cluster Resource Scheduling

วันนี้เราจะพาท่านไปรู้จักกับฟีเจอร์ใหม่ใน Proxmox VE 9.2 ที่หลายคนรออยู่นั่นคือ Cluster Resource Scheduling (CRS) ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวนั้นคือสิ่งที่อาจจะเรียกได้ว่าจะเข้ามาเติมเต็มความสามารถของ...

Read more »

Introduction to Data Leak Prevention

1. Data Leak Prevention (DLP) คืออะไร Data Leak Prevention (DLP)...

Read more »

Proxmox Ecosystem

Proxmox VE หรือบางท่านอาจจะเรียกสั้นๆว่า Proxmox นั้นได้เรียกได้ว่าเป็น Virtualization Platform สำหรับ enterprise ไปแล้วในปัจจุบัน...

Read more »

Introduction to Cilium CNI

Cilium CNI คือระบบเครือข่ายสำหรับ Kubernetes ที่ล้ำสมัยมาก โดยใช้เทคโนโลยีระดับเคอร์เนลของ Linux ที่เรียกว่า eBPF แทนการใช้...

Read more »