ทำไม Tailscale จึงเป็นตัวเลือกที่เหนือกว่า VPN แบบเดิมๆ

Published on July 30, 2026
ทำไม Tailscale จึงเป็นตัวเลือกที่เหนือกว่า VPN แบบเดิมๆ

สำหรับ Virtual Private Network หรือ VPN นั้นแน่นอนว่า ภาคธุรกิจนั้นคุ้นเคยและมีการใช้งานกันมาอย่างยาวนานแล้ว เพราะมันสามารถสร้างรูปแบบการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย สำหรับการเข้าถึงเครือข่ายภายใน office หรือ สาขา โดยการสร้างสิ่งที่เรียกว่า secure tunnel ทำให้เราเหมือนนั่งทำงานในสถานที่ดังกล่าวจริงๆ

VPN ในกลุ่มนี้มักอาศัย VPN Gateway ส่วนใหญ่จะเป็น hardware solution หรือ Firewall เป็นศูนย์กลางในการสร้าง Tunnel ที่เข้ารหัสระหว่างสองเครือข่าย

โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก
1. Site-to-Site VPN เชื่อมต่อระหว่างสำนักงานหรือ Data Center หรือแต่ละสาขาเข้าด้วยกัน
2. Remote Access VPN (Client-to-Site) ให้ผู้ใช้จากภายนอกเชื่อมเข้าสู่เครือข่ายองค์กร เช่นพนักงานเข้าสุ่ network ของ office

แต่ทั้งสองแบบนั้น ก็จะมีปัญหาคือ การตั้งค่าที่ซับซ้อน เช่น
Site-to-Site VPN ต้องกำหนดค่าทั้งสองฝั่งให้ตรงกัน เช่น

  • Public IP
  • Encryption Algorithm
  • Authentication
  • Phase 1 / Phase 2
  • Shared Secret
  • Local Network
  • Remote Network
  • Firewall Rules
  • Static Route

ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อต้องตั้งค่าเยอะ ความผิดพลาดก็มันจะตามมา นั่นจึงเป็นแนวคิดใหม่ในการสร้าง VPN ที่เรียกว่า tailscale

Tailscale ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เพราะแก้ปัญหาของ VPN แบบเดิม (IPsec/OpenVPN/L2TP/MPLS) ได้หลายด้าน โดยเฉพาะองค์กรที่มีหลายสาขา การทำงานกับ Cloud หรือแม้แต่ผู้ที่ทำงานอยู่ที่บ้าน (WFH) และ Hybrid Infrastructure

เปรียบเทียบ Traditional Site-to-Site VPN กับ Tailscale

Traditional VPN Tailscale
ต้องมี Public IP ไม่จำเป็น
ต้อง Forward Port ไม่ต้อง
Firewall Config ยุ่งยาก ไม่ต้อง
NAT Traversal ยาก ทำอัตโนมัติ
เปลี่ยน ISP ต้องแก้ Config ไม่ต้อง
Routing ซับซ้อน จัดการง่าย
ต้องมี VPN Gateway ทุกเครื่องเป็น VPN Endpoint ได้เล่ย

 

Tailscale เข้ามาเปลี่ยนแนวคิดทั้งหมด แทนที่จะเชื่อม Network จะทำการเชื่อมที่ระดับ อุปกรณ์แทน และมันทำงานด้วย การเข้ารหัสด้วยเทคโนโลยีเดียวกับ wireguard ทุกเครื่องที่เชื่อมต่อ และสำหรับ default แล้ว แต่ละโหนดจะได้ไอพีในคลาส 100.x.x.x ซึ่งไอพี ใน class นี้ทั้งหมด และ เครื่องที่ได้ไอพีกลุ่มนี้ไปเราจะเรียกมันว่าอยู่ใน tailnet

ข้อดีที่สำคัญ

  1. ไม่ต้องมี Public IP ทุกเครื่องอยู่หลัง firewall หรือพูดง่ายๆ ใช้ private ip เดิมได้ แต่เมื่อเครื่องท่าน join เข้ามาใน tailnet แล้วจะได้ไอพีเพิ่มขึ้น
  2. NAT Traversal ไม่จำเป็นต้องทำ เพราะว่า สื่อสารผ่าน IP ภายใน
  3. Mesh VPN ทำได้เช่นกัน แต่ก่อน จะต้องเป็น A->B เท่านั้น แต่ตอนนี้ แต่ละโหนดสื่อสารกันได้โดยตรง (optional)
  4. WireGuard Tailscale ใช้ WireGuard ซึ่งเร็วกว่า OpenVPN และใช้ทรัพยากรเครื่องต่ำกว่าด้วย
  5. Zero Trust กำหนดการเข้าได้ง่ายกว่า เพราะไม่ต้องอนุญาตทั้ง network แบบเดิม
  6. ACL ทำได้ละเอียดกว่า
  7. Identity Based

tailscale เหมาะกับธุรกิจแบบใดบ้าง

จริงๆ อาจจะเรียกได้ว่า เหมาะกับธุรกิจทุกรูปแบบเลยก็ว่าได้

  • เชื่อมสำนักงานใหญ่และสาขาโดยไม่ต้องดูแล IPsec Tunnel จำนวนมาก เพราะมันดูแลยากและตั้งค่ายาก
  • เข้าถึง ระบบภายใน เช่น ระบบ HR, Accounting, SAP ผ่านเครือข่ายส่วนตัวโดยไม่ต้องเปิดพอร์ตบริหารออกอินเทอร์เน็ต
  • เชื่อม Kubernetes API และบริการภายในอย่างปลอดภัย
  • เหมาะกับ IoT ที่ต้องดึงข้อมูลจากตัว sensor ต่างๆ
  • ให้ทีมซัพพอร์ตเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ลูกค้าแบบกำหนดสิทธิ์เป็นรายบุคคล
  • เชื่อมระบบสำรองข้อมูลระหว่างไซต์ (PBS/NAS) ผ่านเครือข่ายเข้ารหัส
  • รองรับการขยายไปยังหลาย Cloud (AWS, Azure, GCP) ได้โดยแทบไม่ต้องเปลี่ยนสถาปัตยกรรมเดิม
  • หรือแม้กระทั้่งระบบแชร์ไฟล์ สำหรับบริษัทด้านการเขียนแบบ

สำหรับลูกค้าที่สนใจ ต้องการสอบถามเพิ่มเติมสำหรับ tailscale คุยกับเราโดนตรงผ่าน Line OA : @avesta.co.th หรืออีเมล์ [email protected]

หรือแม้กระทั่งหากท่านสนใจทางเลือกอื่นเช่น Headscale ก็สามารถสอบถามการ implement ได้เช่นกัน

 

เตรียมตัวรับ End-of-Life ใน Backup Exec ได้อย่างไรบ้าง

อย่างที่ท่านอาจจะทราบอยู่แล้ว ว่า เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมาบริษัทแม่ของ Backup Exec ได้ประกาศ...

Read more »

Introduction to Apache Cassandra

Apache Cassandra คืออะไร? Apache Cassandra หรืออาจจะเรียกย่อๆ ว่า Cassandra  คือฐานข้อมูล NoSQL...

Read more »

Introduction to ElasticSearch

Elasticsearch คืออะไร? Elasticsearch คือ Search and Analytics Engine แบบกระจายศูนย์ (Distributed)...

Read more »

OpenShift Enterprise Kubernetes Platform

สำหรับการ deploy application ในปัจจุบันนั้นต้องบอกว่าเปลี่ยนรูปไปอย่างมาก การทำ CI/CD ที่เปลี่ยนไปจากสิบปีก่อนอย่างสิ้นเชิง ซึ่งในวิธีการ การจัดการบริหาร application...

Read more »

Web Monitoring System for Proactive IT Monitoring

Web Monitoring System มีประโยชน์หลักคือ ช่วยเฝ้าระวังเว็บไซต์และบริการ Web แบบอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง แทนการที่เจ้าหน้าที่ต้องคอยเปิดเว็บไซต์หรือเช็กระบบด้วยตนเอง...

Read more »

การเปลี่ยนผ่านจาก Exchange 2016 ไป 2019 และ SE

ความจำเป็นในการย้ายจาก Exchange 2016 ไปยัง Exchange 2019 หรือ Exchange SE สำหรับหลายๆ...

Read more »