ข้อดีของการมีระบบจองที่พักหรือโรงแรมเป็นของตัวเอง

Published on September 2, 2025
ข้อดีของการมีระบบจองที่พักหรือโรงแรมเป็นของตัวเอง

ประเทศไทยนั้นถือว่าจุดหมายปลายทางระดับโลกของนักท่องเที่ยว ที่มีแต่จะมากขึ้นทุกๆ ปีด้วยความโดดเด่นของไทยเองที่มีอยู่หลายด้าน เช่น อาหาร แหล่งท่องเที่ยว และ ความเป็นมิตรของผู้คน
นั่นคือหนึ่งในสาเหตุของ การเพิ่มขึ้นของสถานประกอบการประเภทที่พัก โรงแรม ห้องเช่า และ ที่อยู่อาศัยสำหรับนักท่องเที่ยวมากมายหลายประเภท แต่เมื่อเจ้าของกิจการไม่มีเวลามากพอ ในการพัฒนาระบบจองด้วยตัวเอง หลายครั้ง ทำให้มีการใช้งานระบบจองหรือ platform ที่ปัจจุบันเรียกว่า Online Travel Agency (OTA) จองห้องพักชั้นนำ แต่สิ่งเหล่านั้นนอกจากมีข้อดีด้านการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า ยังมีข้อเสียบางประการซึ่งบางครั้งทำให้ผู้ประกอบการควบคุมต้นทุนได้ลำบากขึ้น เราไปดูข้อเสียของระบบจองเหล่านั้นกัน

ข้อเสียของการเข้าร่วม Platform จองที่พักออนไลน์

  1. ค่าคอมมิชชั่นสูง ปกติอยู่ในช่วง 15–25% ต่อการจอง ทำให้กำไรต่อห้องลดลง
  2. การควบคุมราคาลำบาก หากต้องทำ “ราคาเท่ากันทุกที่ (Rate Parity)” ทำให้ยากต่อการทำโปรโมชั่นเฉพาะที่ช่องทางของตัวเอง
  3. สูญเสียข้อมูลลูกค้า ข้อมูลลูกค้าส่วนใหญ่เก็บโดย OTA เอง โรงแรมไม่สามารถนำไปใช้ทำการตลาดต่อได้เต็มที่ และไม่สามารถต่อยอดได้
  4. การพึ่งพิงแพลตฟอร์ม หาก OTA เปลี่ยนกฎ ค่าธรรมเนียม หรือการแสดงผล โรงแรมจะเสียอำนาจต่อรองไปโดยสิ้นเชิง
  5. แข่งขันสูง โรงแรมเล็กอาจถูกกดดันด้วยการแข่งขันด้านราคา เนื่องจากลูกค้าเห็นราคาเปรียบเทียบกันทันที
  6. รีวิวควบคุมยาก คะแนนรีวิวมีผลต่อยอดขาย แต่โรงแรมไม่สามารถคัดกรองหรือจัดการได้เต็มที่

ในขณะที่เจ้าของกิจการหลายต่อหลายท่านกำลังมองหา หรือ สร้างระบบจองของโรงแรมเอง ซึ่งวิธีการนี้จะมีข้อดีหลายอย่าง

ข้อดีของการมีระบบจองเอง (Direct Booking System บนเว็บไซต์/แอปของตัวเอง)

  1. ไม่เสียค่าคอมมิชชั่น กำไรต่อการจองสูงกว่า
  2. ควบคุมราคาและโปรโมชั่นได้เอง ทำแพ็กเกจพิเศษ เช่น “จองตรงถูกกว่า” หรือรวมอาหารเช้า/ส่วนลดอื่น ๆ หรือทำโปรโมชันเฉพาะลุกค้าท้องถิ่น หรือ บางพื้นที่ได้
  3. เก็บข้อมูลลูกค้าได้เต็มที่ ใช้สำหรับ CRM, email marketing, loyalty program และต่อยอดไปสู่ระบบอื่นได้สะดวกมาก
  4. สร้างแบรนด์ได้ตรงจุด ลูกค้าเข้ามาที่เว็บไซต์ จะเห็นภาพลักษณ์และบริการที่โรงแรมอยากนำเสนอ
  5. ความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับฟีเจอร์การจอง, ระบบชำระเงิน, หรือเพิ่มบริการเสริมได้เอง

 

การใช้ API จากผู้ให้บริการ API จองอย่างเดียว เช่นระบบจอง BookingX ซึ่งมีการให้บริการ Hotel/Property API Booking System

กรณีนี้คือ โรงแรมพัฒนาเว็บไซต์ของตัวเอง แล้วเชื่อม API การจอง เช่น ระบบ Payment Gateway, ระบบ Calendar, หรือ Channel Manager

ซึ่งจะมีข้อดีดังนี้

  1. ควบคุมระบบเองได้ ไม่มีการผูกขาดกับ OTA branding เป็นของเจ้าของโรงแรมเอง
  2. ไม่เสียค่าคอมมิชชั่นสูง ส่วนใหญ่เสียค่าบริการ API เป็นรายเดือนหรือรายครั้ง ถูกกว่าค่าคอม OTA และมีราคาถูกกว่ามาก
  3. เชื่อมต่อกับหลายช่องทางได้ ถ้าใช้ API ผ่าน Channel Manager สามารถซิงก์ห้องว่าง/ราคาไปยังหลายแพลตฟอร์มได้พร้อมกัน
  4. ได้ข้อมูลลูกค้าเต็มที่เหมือนทำระบบเอง

 

สรุปคือ การมีระบบจองเป็นของตัวเอง ทำให้ได้กำไรต่อห้องที่เพิ่มขึ้น เข้าถึงลูกค้า และ รู้จักพฤติกรรมลูกค้าได้ดีขึ้น รวมถึงสำหรับเชื่อมต่อไปยังระบบอื่นๆ ได้อีกด้วย ผู้ให้บริการสามารถจะใช้พลังของข้อมูลในการขับเคลื่อนธุรกิจได้ดีขึ้น สำหรับผู้สนใจระบบนี้ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://bookingx.in.th/hotel-property-booking-api-service/

Introduction to Data Leak Prevention

1. Data Leak Prevention (DLP) คืออะไร Data Leak Prevention (DLP)...

Read more »

Proxmox Ecosystem

Proxmox VE หรือบางท่านอาจจะเรียกสั้นๆว่า Proxmox นั้นได้เรียกได้ว่าเป็น Virtualization Platform สำหรับ enterprise ไปแล้วในปัจจุบัน...

Read more »

Introduction to Cilium CNI

Cilium CNI คือระบบเครือข่ายสำหรับ Kubernetes ที่ล้ำสมัยมาก โดยใช้เทคโนโลยีระดับเคอร์เนลของ Linux ที่เรียกว่า eBPF แทนการใช้...

Read more »

KubeVirt vs VMware

บทนำ KubeVirt และ VMware ต่างก็ใช้รัน Virtual Machine เหมือนกัน แต่ วิธีการทำงาน...

Read more »

แนะนำให้รู้จักกับ Scale Computing

รู้จักกับ Scale Computing และแพลตฟอร์ม Scale Computing HC3 สำหรับผู้ที่กำลังจะย้ายจาก VMware ไปสู่ระบบ...

Read more »

Thin-LVM vs LVM เปรียบเทียบสถาปัตยกรรมและประสิทธิภาพการเขียนข้อมูล

สำหรับผู้ที่ใช้งาน Proxmox VE และ มีการใช้งาน Local Storage ซึ่งเป็น LVM และ...

Read more »