Understand ReFS

Published on July 13, 2025
Understand ReFS

อะไรคือ Resilient File System หรือ ReFS

ReFS นั้นเป็นระบบ file system แบบหนึ่งในระบบปฏิบัติการ Windows ซึ่งแต่ก่อนจะมีให้ใช้ใน Windows Server เท่านั้นก่อนจะเริ่มทำการขยายสู่ Windows 11 และ 12 โดยทาง Microsoft ออกแบบมันเพื่อให้มีฟีเจอร์ก้าวข้ามข้อจำกัดของ NTFS โดยเฉพาะการองรับเนื้อที่ที่มากขึ้น และ ความทนต่อความเสียหายของไฟล์ และ มันมีความสามารถในการสู้กับความเสียหายของไฟล์ในระดับบิตที่เรียกว่า bit rot

แล้ว ReFS ทำงานอย่างไร

Microsoft นั้นได้ดึงโค้ดบางส่วนที่เคยใช้สร้าง NTFS มาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง ReFS และเพิ่มการสนับสนุน Win32 API นอกจากนั้นก็ยังเพิ่มฟีเจอร์เช่น ACL และ file ID

สำหรับ NTFS นั้นในบางครั้งอาจจะเกิด metadata เสียดายบ้าง เช่นเมื่อมีการ shutdown โดยไม่คาดหมาย เช่น ไฟดับ หรือ เมื่อใดก็ตามที่มีการเขียนข้อมูลไม่สมบูรณ์ใน block เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ReFS จะใช้หลักการ write allocate ที่การเขียนและอ่านทำได้ในชุดคำสั่งเดียว

ReFS ใช้โครงสร้าง B+ Tree เพื่อจัดการการทำอินเด็กซ์ metadata โดยทั้งหมดจะมี root และ สาขา และ มีใบ โดยเรคคอร์ดจะเก็บอยู่ในใบ เพื่อการมีประสิทธิภาพที่ดี I/O

Microsoft นั้นได้ทำการเปิดตัว ReFS ครั้งแรกใน เดือนกันยายน 2012 โดยมาพร้อม Windows Server 2012 ในขณะนั้น หลังจากนั้นมีการเพิ่ม ReFS ให้เป็นทางเลือกใน Winows 8.1 ในปี 2012 แต่อย่างไรก็ตาม ReFS นั้นไม่ได้ถูกตั้งใจให้มาแทนที่ NTFS เพราะว่ามันไม่ได้มี master file table (MFT) ไม่สนับสนุนเพจ และ object ID และ บางแอปพลิเคชัน ก็ทำงานโดยใช้ฟีเจอร์พวกนั้นมาอย่างยาวนาน

ข้อได้เปรียบของ ReFS

  • ตรวจสอบความถูกต้องของไฟล์อัตโนมัติและ ทำ data-scrubbing : การแก้ไขความผิดพลาดในไฟล์ทำได้โดย โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือช่วยเช่น CHDSK
  • มีความสามารถในการขยายได้ดี และ ประสิทธิภาพสูง : มันรองรับเนื้อที่สูงถึง 1 yottabyte สำหรับ volume และ ขนาดไฟล์สูงสุดถึง 16 exabyte นอกจากนั้นยังทำ block clone ได้ด้วย
  • storage virtualization และ pooling : เมื่อร่วมกับ Storage Spaces ทำให้การสร้าง volume บนดิสก์หลายๆ ก้อนทำได้ดี ทำให้การทนต่อความเสียหายได้ดี และ แบ่ง tier ได้ด้วยเช่น ssd tier , nmve tier

ข้อด้อยของ ReFS

  • Windows ไม่สามารถ boot ได้จาก ReFS เพราะฉะนั้นท่านจะต้องมี volume NTFS สำหรับ OS
  • ยังไม่มีฟีเจอร์เช่น การบีบอัด การเข้ารหัส การทำ hard link และ transaction รวมถึง object ID
  • ใช้ทรัพยากรระบบเยอะกว่า NTFS
  • ไม่สามารถเปลี่ยนมาเป็น ReFS ได้โดยไม่ format

ความสามารถที่คล้ายกับ XFS

ทั้งสองมีความสามารถเหมือนกันอย่างหนึ่งคือ Block Cloning/Reflink ทำให้ทั้งคู่เหมาะแก่การเก็บ backup เพื่อให้การทำ synthetic full นั้นเร็วขึ้น และ ป้องกันความเสียหายได้ดี เพราะฉะนั้น ทุกครั้งที่ท่าน format Repo ไม่ว่าสามารถ backup software Veeam หรือ Nakivo หรือตัวอื่นใด เลือกใช้ XFS หรือ ReFS

หากท่านต้องการซื้อ Veeam, Nakivo, Storware หรือปรึกษาเรื่อง backup ติดต่อเราได้ที่ Line OA : @avesta.co.th หรืออีเมล์ [email protected]

 

 

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ NIC Bonding ใน Linux และ Proxmox VE

สำหรับการเพิ่มความเร็วและ Redundancy ใน Proxmox VE โดยเฉพาะกับระบบเครือข่ายนั้น แน่นอนว่าจะเกี่ยวกับเรื่องของ Network โดยตรง วันนี้เราเลยพาไปพบกับบทความเกี่ยวกับเรื่องการทำ...

Read more »

การเชื่อมต่อไปยัง Hyper-V จาก Workstation ที่มีสถานะของโดเมนต่างกัน

แน่นอนว่า การติดตั้ง Hyper-V นั้นสามารถทำได้ทั้งแบบ standalone หรือว่า domain ด้วยเหตุผลที่ต่างๆ กันไป เช่นกลัวการโดน...

Read more »

วิธีติดตั้งและตั้งค่า ProxCenter เชื่อมต่อ Proxmox VE ใช้งานจริง

เมื่อองค์กรเริ่มใช้งานหลายคลัสเตอร์ของ Proxmox VE การบริหารจัดการผ่านหน้าเว็บของแต่ละโหนดอาจไม่สะดวก และมองภาพรวมได้ยาก ProxCenter ถูกออกแบบมาเพื่อรวมศูนย์การจัดการทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น VM, Container,...

Read more »

ขับเคลื่อนความยั่งยื่นด้าน IT ผ่านกลยุทธ์ RSE

RSE คืออะไร RSE หรือ Responsible Sustainable Efficient หากแปลความตัวเราก็จะได้ความหมายว่า ความรับผิดชอบ ความยั่งยืน...

Read more »

ProxCenter บริหาร Proxmox VE แบบเดียวกับ vCenter ใน VMware

สิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้งาน VMware รู้สึกว่าเหมือนจะหายไป หลังจากย้ายมา Proxmox VE นั่นก็คือ เครื่องมือบริหารแบบองค์รวมที่ทำหน้าที่คล้าย vCenter แต่ว่าตอนนี้ท่านอาจจะต้องเปลี่ยนความคิด...

Read more »

ทดสอบการรับภาระงานและความเค้นใน Web App และ API ด้วย Gatling

ความจำเป็นของการทำ Load และ Stress Test สำหรับ Web Application และ API...

Read more »