การอัพเกรด Windows Server 2016 ไปยัง Windows Server 2022

Published on January 30, 2023
การอัพเกรด Windows Server 2016 ไปยัง Windows Server 2022

การอัพเกรด Windows Server 2016 ไปยัง Windows Server 2022

 

อย่างที่เราได้เรียนไปบทความก่อนหน้านั้น การอัพเกรด ระบบปฏิบัติการนั้น จะทำให้เรายังได้รับการสนับสนุนด้าน patch และ การอัพเดทฟีเจอร์ใหม่ๆ จากผู้ผลิต วันนี้ก็เช่นเดียวกัน เรามาลองอัพเกรดจาก Windows Server 2016 ไปเป็น Windows Server 2022 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการตัวล่าสุดจาก Microsoft ซึ่งเรียกว่ามีฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพียบที่ Advanced เช่น

  • Storage Replica Compression for data transfer : การส่งข้อมูลหรือทำ replica ไปยังอีก server นั้นจะทำได้เร็วขึ้นมากเพราะ ใช้การบีบอัด และ คายตัวก่อนเขียนในปลายทาง ก็เรียกว่าเป็นการช่วยประหยัดการขนถ่ายข้อมูล ได้เป็นอย่างดี
  • Support for Azure Stack HCI ซึ่งมีใน Windows Server 2022 Datacenter Edition
  • SMB over QUIC ซึ่งเป็นการใช้ โปรโตคอล QUIC วิ่งบน TCP ทำให้การใช้ SMB นั้นเร็วขึ้นและมีความปลอดภัยมากขึ้น เพราะใช้ encryption protocol TLS 1.3 ซึ่งเป็นมาตรฐาน

จริงๆ มีฟีเจอร์เด่น ๆ อีกหลายตัว แต่เราขอยกตัวอย่างเพียงแค่นี้ก่อน งั้นเราก็มาเริ่มทำการอัพเกรดกันเลย แน่อนนว่า หลักการก็ยังเป็นเหมือนเดิมคือท่านจะต้องมี Windows Server 2022 ISO file ก่อน และทำการ mount

อีกเรื่องหนึ่งที่จะบอกไว้ก่อนคือ การอัพเกรด จะทำได้นั้นท่านจะต้องเช็คก่อนว่า จะข้ามขั้นไปได้กี่ version ของ Windows ซึ่งในภาพด้านล่าง ทาง Microsoft จะบอกไว้ ว่าการอัพเกรดทำได้อย่างไร

 

Upgrading Windows Server 2016 to Windows Server 2022

รูปที่ 1

 

จากรูปที่ 1 เราจะเห็นได้ว่า หากเราใช้งาน Windows Server 2016 อยู่ท่านสามารถเลือกที่จะทำการอัพเกรดไปเป็น Windows Server 2019 หรือ Windows Server 2022 ได้โดยตรง

งั้นก็มาต่อกันเลยนะครับ เมื่อเราได้ ISO File จากการดาวน์โหลด หรือว่าจากแผ่น DVD เราก็ทำการ mount ISO นั้นได้เลยครับ

 

Upgrading Windows Server 2016 to Windows Server 2022

รูปที่ 2 แสดงการ mount ISO File

 

Upgrading Windows Server 2016 to Windows Server 2022

 

รูปที่ 3 ทำการดับเบิ้ลคลิกที่ setup.exe และทำการเลือก Run

 

Upgrading Windows Server 2016 to Windows Server 2022

 

รูปที่ 4 ระบบแสดงถึงเรื่องการดาวน์โหลดอัพเดทออนไลน์ ให้ท่านคลิก Next

 

Upgrading Windows Server 2016 to Windows Server 2022

 

รูปที่ 5 ระบบเริ่มทำการดาวน์โหลดอัพเดทที่จำเป็น

 

Upgrading Windows Server 2016 to Windows Server 2022

 

รูปที่ 6 ระบบแสดงรูปแบบการติดตั้งให้เราเลือก กรณีที่ท่านต้องการใช้ UI ให้ท่านเลือก Desktop Experience และคลิก Next

 

Upgrading Windows Server 2016 to Windows Server 2022

 

รูปที่ 7 ระบบแสดงเงื่อนไขการใช้งาน

 

Upgrading Windows Server 2016 to Windows Server 2022

 

รูปที่ 8 ให้ท่านเลือก Keep files, settings, and apps เมื่อต้องการเก็บโปรแกรมและข้อมูลก่อนการอัพเกรด

 

Upgrading Windows Server 2016 to Windows Server 2022

 

รูปที่ 9 ระบบเพิ่มทำการอัพเกรด Windows Server

 

Upgrading Windows Server 2016 to Windows Server 2022

 

รูปที่ 10 ระบบจะเตือนว่าท่านจะไม่สามารถใช้เครื่องขณะทำการอัพเกรดได้ ให้ท่านยืนยันการติดตั้ง

 

Upgrading Windows Server 2016 to Windows Server 2022

 

รูปที่ 11 ระบบเริ่มทำการอัพเกรด

 

หลังจากนั้นระบบจะทำการ reboot อีก 2-3 ครั้ง การติดตั้งถือว่าเรียบร้อย

แล้วพบกับ บทความใหม่ๆ จาก AVESTA ได้ในอนาคต

AVESTA CO., LTD. ให้บริการเขียนซอฟต์แวร์ ติดตั้ง รับเป็นที่ปรึกษา รวมถึงระบบสำรองข้อมูล ด้วยประสบการณ์ยาวนานนับสิบปี

เตรียมตัวรับ End-of-Life ใน Backup Exec ได้อย่างไรบ้าง

อย่างที่ท่านอาจจะทราบอยู่แล้ว ว่า เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมาบริษัทแม่ของ Backup Exec ได้ประกาศ...

Read more »

Introduction to Apache Cassandra

Apache Cassandra คืออะไร? Apache Cassandra หรืออาจจะเรียกย่อๆ ว่า Cassandra  คือฐานข้อมูล NoSQL...

Read more »

Introduction to ElasticSearch

Elasticsearch คืออะไร? Elasticsearch คือ Search and Analytics Engine แบบกระจายศูนย์ (Distributed)...

Read more »

OpenShift Enterprise Kubernetes Platform

สำหรับการ deploy application ในปัจจุบันนั้นต้องบอกว่าเปลี่ยนรูปไปอย่างมาก การทำ CI/CD ที่เปลี่ยนไปจากสิบปีก่อนอย่างสิ้นเชิง ซึ่งในวิธีการ การจัดการบริหาร application...

Read more »

Web Monitoring System for Proactive IT Monitoring

Web Monitoring System มีประโยชน์หลักคือ ช่วยเฝ้าระวังเว็บไซต์และบริการ Web แบบอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง แทนการที่เจ้าหน้าที่ต้องคอยเปิดเว็บไซต์หรือเช็กระบบด้วยตนเอง...

Read more »

การเปลี่ยนผ่านจาก Exchange 2016 ไป 2019 และ SE

ความจำเป็นในการย้ายจาก Exchange 2016 ไปยัง Exchange 2019 หรือ Exchange SE สำหรับหลายๆ...

Read more »