ในยุคที่การให้บริการของธุรกิจนั้นอยู่บนดิจิตอลเป็นหลัก และ เวลาของการให้บริการนั้น จะต้องมีอยู่ตลอดเวลา หรือ ลดการ downtime ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่อย่างไรก็ตามการได้มาถึง Uptime หรือ Availability 100% นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ด้วยเทคโนโลยีที่ใช้งานอยู่ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน เพราะภาคธุรกิจแทบจะทั้งหมด ทำงานด้วยสถานปัตยกรรมแบบ Client-Server หรือ Cloud เป็นหลัก
การเข้ามาของเทคโนโลยี Edge Computing นั้นมีประโยชน์มากสำหรับธุรกิจ เพราะว่ามันเป็นเทคโนโลยีแบบ Offline First หรือ แม้การเชื่อมต่อไปยัง Server หลักไม่มีอยู่ ระบบก็ยังให้บริการต่อเนื่องไปได้ และ ในบทความวันนี้เราจะพาไปเรียนรู้ว่า Edge Computing และ Cloud Computing นั้นแตกต่างกันในด้านใดบ้าง และก่อนจะไปเปรียบเทียบนั้นเราขอ นำท่านไปรู้จักกับ Cloud และ Edge อีกครั้งหนึ่ง
Cloud Computing คืออะไร
แน่นอนว่า Cloud นั้นเป็นสิ่งที่ท่านได้ยินมาในช่วง 10 ปีหลังมานี้ บ่อยมาก และมันได้กลายเป็นสิ่งที่แทบจะทุกคนพูดถึงอย่างมาก และ ตลอดเวลา ซึ่ง Cloud Computing คือการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลบนศูนย์ข้อมูลส่วนกลาง (Data Center) ผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น AWS, Microsoft Azure, Google Cloud, DigitalOcean หรือค่ายอื่นๆ ซึ่งมีผู้ให้บริการเยอะมากในปัจจุบัน
จุดเด่น
ข้อจำกัด

Edge Computing คืออะไร
Edge Computing นั้นมีการพูดถึงอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่ง Edge Computing คือการย้ายการประมวลผลไปใกล้แหล่งกำเนิดข้อมูลมากที่สุด เช่น POS Terminal, Gateway, Edge Server หรืออุปกรณ์หน้างาน แทนที่จะส่งข้อมูลทั้งหมดขึ้น Cloud หรือพูดง่ายๆ ก็คือ จุดไหนเป็นจุดให้บริการลูกค้า เราก็ประมวลผลที่นั่นเลย
จุดเด่น
ข้อจำกัด
Edge Computing เหมาะกับธุรกิจประเภทใดบ้าง
งานค้าปลีก ร้านอาหาร ร้านกาแฟ Franchise
โรงแรมและ Hospitality
งานด้านโลจิสติกส์ / Warehouse / Distribution
งานด้านการผลิต และ IoT
งานด้านสาธารณสุข
งานด้านการเงิน
งานด้านการศึกษา และหน่วยงานท้องถิ่น
การผสานระหว่าง Edge และ Cloud หรือ Hybrid Approach ใช้ร่วมกันคือคำตอบ
หากท่านต้องการจะ Migrate ระบบไปเป็น Edge Computing สามารถปรึกษาเราได้วันนี้ Line OA : @avesta.co.th หรืออีเมล์ [email protected]